ข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก
เด็กที่อยู่อาศัยและทำงานตามท้องถนนในเขตท่องเที่ยวค่อนข้างเสี่ยงกับอันตรายหลายรูปแบบ
ที่สำคัญๆ จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การใช้ยาเสพติด
การค้ายาเสพติด โรคผิวหนัง ปัญหาทางจิต โสเภณีเด็ก การคุกคามทางเพศ เสี่ยงที่จะถูกตำรวจจับ
สุขภาพทรุดโทรม การแสวงหาผลประโยชน์ทางธุรกิจ การเข้าร่วมกลุ่มแก๊งค์และการทะเลาะวิวาท
ในปัจจุบัน มีเด็กเร่ร่อนราว 300 คนที่อาศัยอยู่และทำงานในย่านนักท่องเที่ยวในเมืองเชียงใหม่
ทั้งยังพบอีกจำนวนมากในพื้นที่อื่นๆ ของเชียงใหม่ เด็กเร่ร่อนส่วนใหญ่ในย่านนักท่องเที่ยว
เป็นกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า โดยส่วนมากข้ามมาจากพม่า เด็กหลายคนเดินทางมาพร้อมครอบครัว
ซึ่งหนีภัยปัญหาความขัดแย้งในประเทศ ปัญหาการล่วงละเมิดและความยากจนแสนสาหัสในพม่า
การบังคับค้าประเวณีซึ่งมีทั้งกรณีที่ถูกหลอกพาข้ามแดนมาและกรณีที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย
มีเงื่อนไขหลายประการที่เอื้อให้สถานการณ์เด็กเร่ร่อนยังคงดำรงอยู่อย่างสืบเนื่อง แต่ปัจจัยที่สำคัญมีดังนี้
- การขายดอกไม้และบริการทางเพศเป็นวิธีการหาเงินได้เร็ว
เด็กบางคนได้ข้อเสนอเป็นเงินจำนวนมากแลกเปลี่ยนกับความสัมพันธ์ทางเพศ
ซึ่งถือเป็นผลประโยชน์ก้อนใหญ่ต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง (พ่อแม่, คนกลาง และเด็ก)
ซึ่งจูงใจให้การทำงานหาเงินแบบนี้ยังดำเนินต่อไป
- ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่มุ่งมาเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ
ฉะนั้นความต้องการที่จะซื้อบริการทางเพศจากเด็กจะพบค่อนข้างสูงในผู้ชายต่างชาติ
ทั้งเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายล้วนเป็นที่ต้องการเสาะแสวงหาโดยผู้มีรสนิยมทางเพศกับเด็ก
คนที่เพียงอยากลองหรือสถานการณ์เป็นใจ และกระทั่งคนที่กลัวเอชไอวี/เอดส์
ซึ่งกรณีหลังนี้จะต้องการเด็กผู้หญิงที่อายุน้อยๆ เพราะเข้าใจไปเองว่าเด็กปลอดภัยจากเชื้อโรค
- เด็กหลายคนเป็นผู้ที่หาเลี้ยงครอบครัว ดังนั้นพ่อแม่จะไม่ยินยอมให้มีอะไรมารบกวน
เวลาทำงานของเด็ก แม้จะเป็นกิจกรรมที่จะช่วยพัฒนาตัวเด็กเองก็ตาม
- ในย่านการท่องเที่ยว พบว่า 50% ของพ่อแม่หรือผู้ปกครองเด็กใช้ยาเสพติด
เด็กถูกใช้ให้ทำงานก็เพื่อที่พ่อแม่จะสามารถมีเงินหายามาเสพได้
บางครั้งพ่อแม่บางคนก็ขายเด็กเพื่อเอาเงินมาซื้อยา
- ในสังคมไทยยังมีทัศนะที่เป็นอคติต่อกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่มีสัญชาติ
ซึ่งมีส่วนไปจำกัดโอกาสของคนกลุ่มนี้
- เด็กเร่ร่อนที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์มักจะไม่มีบัตรประจำตัว ดังนั้นแม้ว่าเด็กจะได้เข้าเรียนในโรงเรียน
แต่จะไม่ได้รับใบประกาศนียบัตรสำเร็จการศึกษา จึงเป็นได้เพียงแรงงานราคาถูก
และบางกรณีก็จำต้องหันหน้าสู่งานบริการ
- การที่สังคมไม่ได้รับรู้เกี่ยวกับชะตากรรมของเด็กเร่ร่อนทำให้ผู้คนขาดความรู้สึกร่วม
ไปกับสถานการณ์ปัญหาที่เด็กกำลังเผชิญอยู่
- การขาดข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องสิทธิเด็กและวิธีการแจ้งเหตุเมื่อพบการล่วงละเมิด
- การขาดการประสานงานและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่ทำงานคุ้มครองเด็ก
องค์กรพัฒนาเอกชนและหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย