หนูน้อยหมวกแดง กับฝันร้ายของนายหมาป่า
ทีมละครของ HOTs นำละครรณรงค์และกระตุ้นจิตสำนึกในประเด็นต่อต้านการค้าประเวณีเด็ก ไปร่วมแสดงในงานกิจกรรมหนึ่งวันที่จัดโดยองค์กรพัฒนาเอกชนในอำเภอแม่สาย แถบชายแดนไทย-พม่า และได้เชิญอีกสององค์กรมาร่วมในงาน มีเด็ก ๆ กว่า 250 คนจากองค์กรทั้งสามซึ่งมีศูนย์อยู่ที่แม่สาย เชียงแสน แม่แจ่ม และเชียงราย
ละครที่นำไปแสดงคือเรื่อง "หนูน้อยหมวกแดง กับฝันร้ายของนายหมาป่า" นำเสนอประเด็นเรื่องการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กเชิงการค้าในหมู่เด็กด้อยโอกาส ละครดัดแปลงนิทานเรื่อง "หนูน้อยหมวกแดง" โดยใช้เทคนิคการแสดงหลายรูปแบบ ทั้งละครใบ้ การเล่นสด และละครเพื่อสังคมที่เปิดโอกาสให้คนดูมีส่วนร่วม เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกล่อลวงให้เข้าสู่กระบวนการค้าประเวณีเด็ก โชคดีที่ 'หนูน้อยหมวกแดง' พบเห็นเหตุการณ์ และรู้ดีว่าจะดำเนินการช่วยเหลือเด็กหญิงจากสถานการณ์นี้ได้อย่างไร
เนื้อหาที่นำเสนอผ่านละคร ทำให้คนดูได้รับทราบข้อมูลในการดำเนินการแจ้งเบาะแส และข้อสังเกตที่บ่งชี้พฤติกรรมน่าสงสัยของผู้ล่อลวง ถึงแม้ว่าประเด็นที่นำเสนอจะเป็นประเด็นที่หนัก แต่นักแสดงก็ได้สอดใส่อารมณ์ขันอยู่ในละครเป็นระยะเพื่อให้คนดูได้รับความเพลิดเพลินเป็นอย่างดี



อบรมถ่ายภาพยนตร์
โครงการ HOTS จัดอบรมการถ่ายทำภาพยนตร์ให้กับเด็กข้ามแดน จำนวน 21 คน ณ ค่ายพักแห่งหนึ่งบนภูเขาบริเวณชายแดนไทย-พม่า การอบรมใช้เวลาทั้งสิ้น 21 วัน เด็กๆ ที่เข้าร่วมมาจากสามองค์กรที่ทำงานในพื้นที่เมืองแม่สายและใกล้เคียง เด็กบางคนได้รับความช่วยเหลือจากสภาพความเป็นอยู่อย่างแร้นแค้นจากข้างถนนในตัวอำเภอแม่สาย เด็กส่วนมากเคยมีชีวิตที่ตกระกำลำบากได้รับความทรมานทั้งร่างกายและจิตใจชนิดที่เราคิดไม่ถึง ทว่าพวกเขาก็ยังมีความหวังอันยิ่งใหญ่ที่จะมีชีวิตที่ดีกว่า แม้ว่าอนาคตของพวกตนจะยังหาความแน่นอนไม่ได้ก็ตาม นอกจากนี้ เด็กๆ เหล่านี้ก็ยังรู้สึกสำนึกในพระคุณของทุกๆ คนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยเหลือชีวิตของเด็กทั้งหลายที่เกิดมาในโลกที่โหดร้ายและไร้ความเที่ยงธรรม
เป้าหมายประการหนึ่งของโครงการอบรมการถ่ายทำภาพยนตร์แบบมีส่วนร่วมก็คือ การพยายามปลูกสร้างจิตสำนึกให้กับเด็กเหล่านี้ ให้พวกเขารู้ว่ามีวิธีใดบ้างที่จะสามารถช่วยเหลือเพื่อนเด็กๆ ด้วยกันให้ปลอดภัยจากสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงทางเพศ เป้าหมายอีกประการหนึ่งได้แก่การถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเทคนิคการถ่ายภาพยนตร์เพื่อที่เด็กๆ จะได้สามารถใช้กล้องวิดีโอในการบันทึกสิ่งที่พวกเขารู้สึกว่ามีความสำคัญ ภาพที่เด็กๆ ถ่ายทำขึ้นในระหว่างการอบรมครั้งนี้ บางส่วนถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์ของ HOTS ซึ่งพยายามที่จะแสดงให้เห็นถึงความต้องการของเด็กๆ ทุกคน และยังพยายามปลูกสร้างจิตสำนึกเรื่องการค้าแรงงานทางเพศของเด็ก รวมไปถึงการพยายามทำลายอคติที่มีต่อเด็กๆ ชาวเขาที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน ทั้งนี้ HOTS คาดว่าจะสามารถจัดแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ในพื้นที่สาธารณะภายในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้



จัดอบรมพ่อค้าแม่ค้าในย่านท่องเที่ยว เดือนกรกฎาคม
โครงการ HOTS จัดการอบรมแบบมีส่วนร่วมครึ่งวันให้กับผู้ค้าขายสินค้าในตลาดกลางคืนในย่านแหล่งท่องเที่ยว วัตถุประสงค์ของโครงการคือการขับเคลื่อนพ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้ ให้ช่วยกันรายงานการกระทำที่น่าสงสัยของบุคคลที่อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการซื้อขายบริการทางเพศกับเด็ก เนื่องจากพ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้ทำงานในย่านท่องเที่ยว HOTS จึงเล็งเห็นความสำคัญที่จะปลูกสร้างจิตสำนึกให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าดังกล่าวทราบว่า ตนสามารถช่วยเหลือในการต่อต้านการแสวงประโยชน์ทางเพศ ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมต่างก็แสดงให้เห็นชัดเจนว่า การแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กเป็นสิ่งที่ไม่ดี และไม่ชอบคนที่หาประโยชน์จากการค้าประเวณีเด็ก และเมื่อทราบว่าสามารถแจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดได้โดยผู้แจ้งไม่ต้องเปิดเผยนาม ผู้เข้าร่วมก็ยิ่งมั่นใจว่าจะพยายามแจ้งความทันทีโดยไม่กลัวว่าจะเกิดผลเสียใด ๆ ตามมา



พาเหรดสามล้อถีบ
เมื่อวันเสาร์ที่ 31 มีนาคม 2550 ขบวนสามล้อถีบติดป้ายรณรงค์สีสันสดใสของ HOTS มารวมตัวกันในบริเวณตัวเมืองเชียงใหม่สองจุดด้วยกัน ในขบวนยังร่วมด้วยกลุ่มผู้ปกครองและบุตรหลานที่เราเชิญมาร่วมขบวนพาเหรด เพื่อเดินขบวนตามย่านท่องเที่ยวในเชียงใหม่ รณรงค์ให้ผู้พบเห็นเหตุการณ์แสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กช่วยกันแจ้งเบาะแส เนื้อหาในแผ่นป้ายผ้าประชาสัมพันธ์จัดทำเป็นภาษาอังกฤษ เพราะกลุ่มเป้าหมายหลักคือชาวต่างชาติที่เป็นนักท่องเที่ยว และผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ จากการวิจัยของ ECPAT UK นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะแจ้งเบาะแสถ้ามีข้อมูลการแจ้งในประเทศที่ตนไปท่องเที่ยว
ผู้เข้าร่วมขบวนรณรงค์มาจากหลากหลายกลุ่ม อาทิ เด็กเร่ร่อน นักเรียนนักศึกษาชาวไทย เจ้าหน้าที่สถานกงศุล อาจารย์มหาวิทยาลัย และพ่อค้าแม่ค้าแผงลอย ครอบครัวชาวต่างชาติครอบครัวหนึ่งที่อยู่เชียงใหม่มานานแล้ว ร่วมสนับสนุนโดยการปั่นสามล้อติดป้ายผ้ารณรงค์ของ HOTS ร่วมขบวน กิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากผู้เข้าร่วม ทุกคนมีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมเพื่อช่วยเผยแพร่ข้อมูล
ปัญหาเรื่องการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กแม้เป็นประเด็นที่ทำงานยาก แต่บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานองค์กรด้านเด็กและเยาวชนที่มาร่วมเดินขบวน ต่างก็บอกว่าการมาครั้งนี้ทำให้เป็นโอกาสดีที่จะนำประเด็นนี้ไปพูดคุยกับบุตรหลานต่อไป และเมื่อ HOTS อธิบายให้กลุ่มเด็กเร่รอนทราบถึงวัตถุประสงค์ของการเดินขบวนครั้งนี้ หลายคนก็เล่าให้ฟังว่าเคยประสบกับเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวมาซื้อบริการทางเพศ เวลาไปเดินขายดอกไม้ตามบาร์และข้างถนน ส่วนเจ้าหน้าที่องค์กรด้านเด็กและเยาวชนเองก็ได้ใช้โอกาสนี้ในการทำงานพูดคุยกับเด็กกลุ่มนี้ต่อไป
แม้ประเด็นการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กจะเป็นปัญหาที่หนักหน่วง เราก็ได้แต่หวังว่า การเผยแพร่รณรงค์ข้อมูลเรื่องนี้ต่อไป รวมทั้งเรียกร้องให้คนในสังคมเห็นปัญหา และไม่เพิกเฉยในการช่วยกันแจ้งเบาะแสเมื่อพบเห็นเหตุการณ์ จะทำเกิดเหตุการณ์นี้น้อยลง และเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการถูกคุกคามจะได้มีชีวิตที่ปลอดภัยจากจากการกระทำอันเลวร้ายนี้



ละครรณรงค์สำหรับเด็กในพื้นที่สลัม
HOTS ได้รับเชิญไปแสดงละครรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักในประเด็นการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กในเชิงธุรกิจ ในงานคริสต์มาสซึ่งองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานกับชุมชนสลัมเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีให้กับเด็กชนเผ่าและครอบครัวจากชุมชนสลัม ละครของ HOTS ได้รับความสนใจเป็นอย่างดีจากผู้ชมทั้งเด็กและผู้ใหญ่จำนวนกว่า 150 คน
ทีมละครของ HOTS ได้แสดงละครเรื่อง ‘หนูน้อยหมวกแดง’ ให้กับผู้ชมส่วนใหญ่ที่เป็นชนเผ่าทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยดัดแปลงเนื้อเรื่องและตัวละครในนิทานให้เข้ากับสถานการณ์ที่กลุ่มเด็กสลัมและเด็กเร่ร่อนเผชิญอยู่ในปัจจุบัน เช่น หมาป่าในนิทานอาจเป็นสัญลักษณ์ของอันตรายจากการคุกคามทางเพศโดยนักท่องเที่ยว เป็นต้น ในการแสดง ทีมละครใช้เสื้อผ้าของชนเผ่าและเสื้อผ้าสมัยใหม่เพื่อดึงดูดความสนใจ และเพื่อให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วมกับตัวละครในเรื่อง นอกจากนั้นยังมีการกระตุ้นให้ผู้ชมมีส่วนร่วมด้วย ทั้งการเล่นเกมกับเด็กๆ ก่อนแสดงและระหว่างแสดง โดยเฉพาะหลังการแสดง เด็กบางคนก็ได้อาสาขึ้นมาแสดงละครสาธิต ว่าถ้าหากเจอสถานการณ์การแสวงประโยชน์ทางเพศขึ้นกับตัวเอง แต่ละคนจะมีทางออกและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไรบ้าง
เนื่องจากเด็กจากชุมชนสลัมมีความเสี่ยงจากการค้าประเวณีเด็กสูง จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราได้นำเสนอประเด็นปัญหาด้วยวิธีที่สามารถสร้างความสนุกสนาน ผ่อนคลาย และไม่ทำให้ผู้ชมรู้สึกถูกคุกคาม จากการสัมภาษณ์ผู้ใหญ่บางคนที่ร่วมชมการแสดง หลายคนกล่าวว่าถ้าพบเห็นเหตุการณ์แสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กจะแจ้งเบาะแส นอกจากนี้ยังแสดงความดีใจที่ทราบว่าสามารถแจ้งได้โดยไม่จำเป็นต้องออกนาม



มหาวิทยาลัยพายัพ
ทีมงาน HOTS ร่วมกับมหาวิทยาลัยพายัพ จัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างความตระหนักประเด็นการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กในเชิงธุรกิจให้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยพายัพ แม้ประเด็นจะละเอียดอ่อนแต่นักศึกษาที่เข้าร่วมก็ได้รับความเพลิดเพลินและสารประโยชน์เป็นอย่างดี กิจกรรมอบรมฯ เริ่มจากการฉายภาพยนตร์แอนนิเมชั่นเรื่อง ‘การเดินทางสู่การค้าประเวณีเด็ก (Journey into the child sex trade)’ ต่อด้วยการให้ข้อมูลเรื่องที่มาและปัญหาของกระบวนการค้าประเวณีเด็ก (CST) และวิธีการช่วยเหลือเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว
จากนั้นทีมละครของ HOTS ได้แสดงสาธิตสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในกระบวนการค้าประเวณีเด็ก ด้วยวิธีการสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้ชมในขณะเดียวกันก็กระตุ้นให้ผู้ชมคิดตาม การนำเสนอสถานการณ์ในละครโดยแทรกมุขตลกไปในละครก็ช่วยลดความรุนแรงด้านเนื้อหาของละครได้มาก และยังช่วยให้ผู้ชมสนใจติดตามดูละครจนจบถึงแม้เนื้อหาที่นำเสนอจะค่อนข้างหนัก
นักศึกษาให้ความเห็นว่าประทับใจกับรูปแบบการนำเสนอแบบมีส่วนร่วม และส่วนใหญ่ก็บอกว่าจะช่วยกันแจ้งเบาะแส ระหว่างการอบรมฯ นักศึกษาคนหนึ่งทดลองติดต่อแจ้งเบาะแสไปยังองค์กรช่วยเหลือ โดยอ้างอิงจากสถานการณ์ที่ยกขึ้นมาสาธิตในละคร ถึงแม้นักศึกษาไม่รู้มาก่อนว่าทีมงาน HOTS ได้แจ้งไปยังองค์กรดังกล่าวก่อนแล้วว่าจะขอให้นักศึกษาลองโทรติดต่อแจ้งเบาะแส แต่ก็กล้าทดลองโทรไปแจ้งจริงๆ ซึ่งเราก็ได้แต่หวังว่าจะมีการช่วยกันแจ้งเบาะแสอย่างนี้ ถ้าหากพบเห็นเหตุการณ์แสวงประโยชน์ทางเพศในสถานการณ์จริงด้วยเช่นกัน



ร่วมงานวันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง
ทีมงาน HOTS ได้รับเชิญจาก หน่วยประสานงานเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ภาคเหนือตอนบน ประเทศไทย (TRAFCORD) และสำนักงานประสานงานเพื่อพิทักษ์สิทธิเด็กและสตรี จังหวัดเชียงใหม่ (Chiang Mai Coordination Center for the Protection of Child Rights-CCPCR) เข้าร่วมกิจกรรมวันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง โดยองค์กรพัฒนาเอกชนและหน่วยงานรัฐบาลได้ร่วมกันจัดงานขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่
ใน ปฎิญญาสากลว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อสตรี โดยองค์การสหประชาชาติ ได้นิยามความรุนแรงต่อสตรีว่า “ความรุนแรงต่อสตรี หมายถึง การกระทำใดๆ ที่เป็นความรุนแรงที่เกิดจากอคติทางเพศ ซึ่งเป็นผลให้เกิดความทุกข์ทรมานแก่สตรี รวมทั้งการขู่เข็ญ คุกคาม กีดกันเสรีภาพ ทั้งในที่สาธารณะและในชีวิตส่วนตัว”
กิจกรรมจัดขึ้น ณ ลานจอดรถของที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (ใกล้กับอนุเสาวรีย์สามกษัตริย์) ทีมงาน HOTS ได้ร่วมเปิดบู๊ธในงานเพื่อเผยแพร่เอกสารรณรงค์ของ HOTS ให้กับองค์กรพัฒนาเอกชนและหน่วยงานรัฐ รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่สนใจ เป็นโอกาสดีมากที่เราได้พบปะกับกลุ่มองค์กรต่างๆ ที่ช่วยกันส่งเสริมความเท่าเทียม ความยุติธรรม และชีวิตที่ปราศจากความรุนแรง ในงานมีการแสดงของกลุ่มละครชุมชนกั๊บไฟ ซึ่งนำเสนอเนื้อหาเรื่องการต่อต้านความรุนแรงได้อย่างมีพลัง นอกจากนี้ยังมีการแสดงร้องเพลงและเต้นรำของกลุ่มเด็กเร่ร่อนจากมูลนิธิอาสาพัฒนาเด็กด้วย



กิจกรรมอบรมเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชน
ทีมงาน HOTS จัดกิจกรรมอบรมแนวทางการรับมือปัญหาการค้าประเวณีเด็กโดยผ่านกิจกรรมชุมชน เป็นเวลา 1 วัน ให้กับเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานด้าน HIV/AIDS ในพื้นที่เชียงใหม่และในชุมชน
มีเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมอบรมจำนวน 20 คน ซึ่งส่วนใหญ่มีเชื้อสายชนเผ่า ได้เข้าร่วมกิจกรรมอบรมที่จัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2549 ผู้เข้าร่วมมีความกระตือรือร้นและดีใจที่มีโอกาสเข้าร่วมเรียนรู้และอภิปรายประเด็นการค้าประเวณีเด็กร่วมกับเพื่อนร่วมงานและทีมงาน HOTS
เมื่ออภิปรายถึงเรื่องวิธีการแทรกแซงเพื่อช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงต่อการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็ก พบว่ากิจกรรมบทบาทสมมุติมีประโยชน์มาก และ HOTS จะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่เอ็นจีโอเหล่านี้ต่อไป เพื่อช่วยพัฒนาเอกสารในประเด็นดังกล่าว สำหรับนำไปใช้ในชุมชนที่แต่ละองค์กรทำงานอยู่



การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับชุมชน
เมื่อต้นเดือนตุลาคม HOTS ได้จัดกระบวนการเรียนรู้เรื่องการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กในเชิงธุรกิจและแนวทางในการช่วยกันรับมือกับปัญหาดังกล่าว โดยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกให้กับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนแห่งหนึ่งซึ่งนักเรียนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง นอกจากให้การศึกษาแล้วศูนย์แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่เด็กเร่ร่อนและแม่ของพวกเขาได้แวะเวียนมาพักเหนื่อย พูดคุยกัน กินน้ำกินท่าหลังจากตระเวนขายดอกไม้ทั่วย่านนักท่องเที่ยวในยามค่ำคืน
การจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างความตระหนักต่อปัญหาค่อนข้างประสบความสำเร็จในแง่ที่ผู้เข้าร่วมให้ความสนใจและมีส่วนร่วมในกิจกรรมอย่างมาก ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 24 คนมีทั้งคนไทยและกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง พวกเขาได้บอกว่ามีความเข้าใจมากขึ้นถึงสาเหตุและเงื่อนไขที่ทำให้เด็กเดินเข้าสู่เส้นทางการค้าประเวณี

ผู้หญิงบางคนบอกว่าเธอเคยเห็นเด็กไปกับผู้ชาย แต่ก็ไม่รู้แน่ชัดว่าไปไหนหรือไปทำอะไรด้วยกัน บางคนกระทั่งเคยรู้สึกอิจฉาเด็กพวกนี้ที่ดูมีชีวิตหรูหรา มีเงินใช้ไม่ขาดมือ ได้ของกำนัลมากมายจากผู้ชายต่างชาติ อย่างไรก็ตามการเข้าร่วมกิจกรรมกับ HOTS ช่วยให้เธอมีมุมมองที่กว้างและรอบด้านมากขึ้น ต่อเหตุการณ์ที่เคยเห็น เรื่องราวที่เคยรับรู้ โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเด็ก และพวกเธอรู้สึกมั่นใจมากขึ้นที่จะช่วยเป็นหูเป็นตา เนื่องจากทราบข้อมูลแล้วว่าจะทำการแจ้งเบาะแสเมื่อพบเหตุต้องสงสัยได้อย่างไร



ชีวิตคลุกฝุ่น
ทีมงาน HOTS (Heart of the Street) ประกอบด้วยสื่อมวลชน นักศึกษา อาจารย์มหาวิทยาลัย และเจ้าหน้าที่โครงการ ได้ออกเดินทางในช่วงสุดสัปดาห์ที่ 16-17 กันยายน 2549 ไปยังตะเข็บชายแดนไทย-พม่า เพื่อศึกษาข้อมูลและสถานการณ์เด็กเร่ร่อนข้ามแดนในบริเวณดังกล่าว คณะของเราได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับชีวิตเด็กและการทำงานของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งได้พบเหตุการณ์กระทบหัวใจ
ภาพเหตุการณ์ที่มีหญิงคนหนึ่งพยายามขายลูกชายคนโต ภาพเหตุการณ์ที่หากเลือกได้เราคงไม่อยากประสบพบเห็น แต่เมื่อต้องอยู่ร่วมในเหตุการณ์เราก็ไม่อาจเบือนหน้าหันหลังให้ ภาพเหตุการณ์ที่เด็กชายตัวน้อยในเสื้อยืดคอกลมสีแดงซีดเซียว มือข้างหนึ่งถือปืนของเล่น อีกข้างหนึ่งเคาะเบาๆ บนบ่าของแม่ พุงน้อยๆ กระเพื่อมเป็นจังหวะเดียวกับหัวใจขณะที่น้ำตาไหลพรากเต็มสองแก้ม น้ำมูกไหลย้อยมอมแมม เด็กชายอายุราว 4 ขวบ ผู้เป็นแม่นั่งนิ่ง ข้างๆ ยังมีลูกเล็กๆ อีก 2 คน
ในการเดินทางสองวันนั้น คณะของเราได้เรียนรู้รูปแบบการทำงานขององค์กรพัฒนาเอกชนจำนวนหนึ่งที่ช่วยเหลือเด็กตามตะเข็บชายแดน เราได้รับเกียรตินำชมพื้นที่โดยมัคคุเทศก์ท้องถิ่นอายุ 15 ปี เธอเคยเป็นเด็กเร่ร่อนมาก่อน แต่ตอนนี้เธอกำลังจะสร้างอนาคตใหม่ให้ชีวิตด้วยการเรียนในโรงเรียนฝึกอาชีพ เธออยากเป็นช่างเสริมสวย
แม้ต้องพบเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่าหัวใจสลาย แต่เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เราต้องกลับมาคิดต่อว่าเราจะช่วยกันได้อย่างไรบ้าง ทำอย่างไรให้ผู้คนหันมาใส่ใจกับปัญหา ร่วมมือกันดูแลเด็กในสังคม ตามบทบาทหน้าที่และตามกำลังที่มี แค่เพียงเริ่มคิด เราก็รู้สึกแล้วว่าหัวใจกำลังได้รับการเยียวยา

English Language

Links


Free Web Hosting